DW คืออะไร พื้นฐานหุ้น DW ที่ควรรู้ สำหรับมือใหม่หัดเทรด

โดย www.thaiwarrant.com --

หุ้น DW คืออะไร พื้นฐานหุ้น DW ที่ควรรู้ สำหรับมือใหม่พร้อมเทรด

            จากประสบการณ์ที่ได้ใกล้ชิดกับนักลงทุนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2009 และเป็นผู้ออก DW ตัวแรกในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันที่ DW ได้รับความนิยมอย่างมาก ทางทีมงานได้สรุปประเด็นสำคัญๆ สำหรับนักลงทุนที่ยังมือใหม่กับ DW แบบเข้าใจง่ายๆ เมื่ออ่านจบ ก็พร้อมเทรดได้เลย เช่น หุ้น DW คืออะไร แตกต่างจากการลงทุนในหุ้นอย่างไร   และทำไมผลตอบแทนการลงทุนใน DW ถึงสูงกว่าลงทุนปกติทั่วไป ซึ่งเป็นพื้นฐานที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเริ่มลงทุนใน DW ได้จริงและปลอดภัยทุกช่วงสภาวะตลาด รวมถึงทราบความเสี่ยงในการลงทุนอีกด้วย


ทำความรู้จัก DW (Derivative Warrant)

DW คืออะไร ?
            DW คือ ตราสารอนุพันธ์ และถือเป็นหุ้นชนิดหนึ่ง ที่ราคาเคลื่อนไหวตามราคาของหุ้นอ้างอิง และสามารถซื้อขายได้บนกระดานตลาดหลักทรัพย์ (SET) ผ่านราคา Bid และราคา Offer ได้เสมือนเป็นหุ้นตัวหนึ่ง โดยนักลงทุนมักนิยมใช้ DW เป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสการลงทุนเก็งกำไรในระยะสั้น เพราะ DW มีอัตราทด อีกทั้งยังมี Put DW ที่สามารถช่วยให้นักลงทุนทำกำไรได้เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง

DW แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Call DW และ Put DW  
            •  Call DW (C) เป็นสิทธิในการซื้อหุ้นอ้างอิง ราคาของ Call DW จะขึ้น/ลงทิศทางเดียวกับหุ้นอ้างอิง เหมาะสำหรับการเก็งกำไรว่าหุ้นจะปรับตัวขึ้น
            •  Put DW (P) เป็นสิทธิในการขายหุ้นอ้างอิง ราคาของ Put DW จะขึ้น/ลงสวนทางกับหุ้นอ้างอิง เหมาะสำหรับการเก็งกำไรว่าหุ้นจะปรับตัวลง 

DW คือ

            จากรูป เป็นกลยุทธ์เพื่อทำกำไรในสภาพตลาดที่ต่างกัน หากคาดว่ามูลค่าหุ้นอ้างอิงจะปรับตัวขึ้น ให้ซื้อ Call DW แต่หากคาดว่ามูลค่าหุ้นจะปรับตัวลง ให้ซื้อ Put DW 
            นอกจากนั้น DW สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 
                  •  DW อ้างอิงกับหุ้นรายตัว เช่น PTT13C2304A ที่อ้างอิงกับหุ้น PTT 
                  •  DW อ้างอิงกับดัชนี เช่น SET5013C2303A ที่อ้างอิงกับ SET50 Futures

สัญลักษณ์ของ DW


ความแตกต่างระหว่าง DW กับ หุ้น / Single Stock Futures / Warrant

DW กับ หุ้น ต่างกันอย่างไร ?
            • DW มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าหุ้น : 
                  - เนื่องจาก DW มีอัตราทด (อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา DW เทียบกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของหุ้นอ้างอิง) ที่ทำให้ได้ผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนในหุ้น เช่น หุ้น PTT ปรับตัวขึ้น 1% ในขณะที่ DW ที่อ้างอิงราคาหุ้น PTT และมีอัตราทด 8 เท่า จะปรับตัวขึ้นประมาณ 8% ในทางตรงกันข้ามหากราคาหุ้นปรับตัวลง อัตราทดของ DW ก็ทำให้นักลงทุนขาดทุนได้มากกว่าการลงทุนในหุ้นเช่นกัน
                  - DW Put ใช้เพิ่มโอกาสทำกำไรได้ ในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง
            • DW ใช้เงินลงทุนที่น้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง เพราะมีอัตราทดช่วย เช่น หุ้น PTT ราคาหุ้นละ 34.50 บาท ในขณะที่ DW ที่อ้างอิงราคาหุ้น PTT จะราคาหุ้นละ 0.15 บาท
            • DW เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอายุจำกัด โดยปกติแล้วประมาณ 4 - 6 เดือน



DW กับ Single Stock Futures ความเหมือนที่แตกต่าง

            แม้ว่าทั้ง DW และ SSF จะเป็นตราสารอนุพันธ์ทั้งคู่ แต่มีลักษณะการใช้สิทธิที่แตกต่างกันทำให้ DW และ SSF นั้นต่างกันอย่างมาก คือ
            •  ซื้อขายคนละกระดาน : Single Stock Futures (SSF) ซื้อขายบนกระดาน TFEX ส่วน DW ซื้อขายบนกระดาน SET
            •  DW จำกัดความเสี่ยงได้มากกว่า : โดยที่ความเสี่ยงของ DW นั้นจะจำกัดอยู่ที่เงินต้นเริ่มแรกที่ลงทุนใน DW ไม่ว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะปรับตัวสวนทางกับมุมมองของนักลงทุนแค่ไหน นักลงทุนจะไม่ต้องนำเงินมาวางเป็นหลักประกันเพิ่ม ในทางตรงกันข้าม การลงทุนใน SSF จะกำหนดให้นักลงทุนนำเงินหลักประกันมาวางเพิ่มอย่างไม่จำกัดถ้าราคาหุ้นผิดทาง

เปรียบเทียบ DW กับ “Warrant” (หุ้น-W) 

            •  ผู้ออกตราสารต่างกัน : โดยทั่วไปแล้ว ผู้ออก Warrant จะเป็นบริษัทหุ้นอ้างอิงนั้นเอง ส่วน DW ผู้ออกจะเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.
            •  จุดประสงค์ในการออกต่างกัน : การออก Warrant มีเป้าหมายเพื่อการระดมทุนในระยะยาวและมักจะอนุญาตให้นักลงทุนสามารถนำ Warrant มาแปลงเป็นหุ้นอ้างอิงได้ตลอดอายุของ Warrant ซึ่งแตกต่างจาก DW ที่มีอายุสั้นกว่า และออกมาเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนที่ซื้อขาย DW

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคา DW

1. ราคาหุ้นอ้างอิง 
           • ราคา Call DW จะเคลื่อนไหวตามราคาหุ้นอ้างอิง ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น ราคา DW จะปรับตัวขึ้น และถ้าราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวลง ราคา DW จะปรับตัวลง
           • ราคา Put DW จะเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาหุ้นอ้างอิง ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวลง ราคา DW จะปรับขึ้น และถ้าราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น ราคา DW จะปรับตัวลง
นักลงทุนสามารถศึกษาการเคลื่อนไหวของราคา DW ที่นักลงทุนสนใจเทียบกับราคาหุ้นอ้างอิงได้  ผ่านตารางราคารับซื้อคืน

2. อัตราทด 
           ทำให้ DW ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้น เนื่องจากราคาซื้อขาย DW นั้นจะต่ำกว่าราคาของหุ้นอ้างอิง ส่งผลให้ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าการลงทุนหุ้น สมมติว่าหุ้น PTT ราคาหุ้นละ 34.50 บาท ถ้าราคา PTT ขยับขึ้น 1 ช่อง หรือ 0.25 บาท จะคิดเป็นผลตอบแทน 0.72% ในขณะที่ DW ที่อ้างอิงราคาหุ้น PTT สมมติว่าราคาซื้อขายอยู่ที่ 0.15 บาท ถ้าราคาขยับขึ้น 1 ช่อง จะคิดเป็นผลตอบแทน 0.01 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 6.67%

3. อายุของ DW 
           ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงไม่เปลี่ยนแปลง เมื่ออายุของ DW ลดลง DW จะมีมูลค่าที่ลดลง (Time Decay) ดังนั้นนักลงทุนต้องระมัดระวังการถือ DW บนหุ้นอ้างอิงที่ราคาไม่เคลื่อนไหว และตารางราคาประกอบด้วย

ทำไมต้องรู้จักใช้ DW ไว้เพื่อใช้ในยามคับขัน

           นอกจากการใช้ DW เพื่อการเก็งกำไรแล้ว ในสภาวะที่คับขันมีข่าวร้ายเข้ามาทำให้ตลาดปรับแกว่งตัวลงรุนแรงอย่างรวดเร็ว DW เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยนักลงทุนลดความเสี่ยงได้ในทันที หรือทำกำไรได้ในช่วงวิกฤต เพราะ DW Put สามารถใช้ทำกำไรกับราคาหุ้นที่ปรับตัวลงได้ และนักลงทุนสามารถซื้อขาย DW ในพอร์ตหุ้นปกติได้อย่างทันที จึงเป็นเหตุผลที่ว่านักลงทุนจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและรู้จักการใช้ DW ไว้

How to เริ่มต้นลงทุน DW

อยากเริ่มลงทุน DW แบบเสี่ยงน้อย ต้องทำอย่างไร ?
           1. เลือกหุ้นอ้างอิงที่คุ้นเคย: ก่อนจะเลือก DW นักลงทุนต้องเลือกหุ้นแม่ที่เรามีความคุ้นเคยก่อนเสมอ สำหรับมือใหม่อาจเริ่มจากหุ้นแม่ Big-Cap ขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงและราคาไม่ผันผวนมาก

           2. เลือก DW แบบปลอดภัย: เริ่มต้นเลือก DW โดยดูจาก อัตราทด (tick) ประมาณ 0.7- 1.2 เพราะราคาจะไม่ผันผวนจนเกินไป และเลือก DW ที่มีอายุไม่สั้นเกินไป ควรมีอายุอย่างน้อย 1 เดือน  โดยปกติแล้ว DW ตัวใหม่ๆที่ผู้ออกเพิ่งออกมามักจะมีลักษณะอัตราทด และอายุตามที่กล่าวมา นักลงทุนควรติดตามช่องทางข่าวสารแจ้ง DW ออกใหม่ทุกๆวันของผู้ออก

           3. ทำความคุ้นเคยกับตารางราคา : หลังจากเลือก DW บนหุ้นอ้างอิงที่ถูกใจแล้ว นักลงทุนควรทำความเข้าใจกับตารางราคาของ DW ตัวนั้น เพื่อใช้วางแผนในการเทรดเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงขยับขึ้นลง เช่น จุดทำกำไร จุดตัดขาดทุน เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม “วิธีดูตารางราคา

ปัจจัยที่ใช้เลือก DW

           1. อายุคงเหลือของ DW โดยทั่วไปถ้า DW มีอายุคงเหลือน้อยเกินไป เช่น มีอายุต่ำกว่า 1 เดือน จะมีความเสี่ยงสูงจากการลดลงของมูลค่าทางเวลา ที่มากกว่า DW ที่อายุคงเหลือมากกว่า แต่ถ้าเลือก DW ที่อายุคงเหลือมากเกินไปก็จะส่งผลให้อัตราทดต่ำไปด้วย ซึ่งจะไม่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น ดังนั้น จึงควรดูอายุคงเหลือให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของตัวเอง

           2. อัตราทดของ DW การเลือก DW ที่มีอัตราทดสูงจะส่งผลให้ได้ผลตอบแทนที่สูงตาม แต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้มากกว่าเช่นกัน อัตราทดที่นิยมเรียกกันจะมี 2 แบบ คือ อัตราทด "เท่า" กับ อัตราทด "tick"
                 •  อัตราทด (เท่า) หรือค่า Effective Gearing คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา DW (%) เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนแปลง 1%  
                 •  อัตราทด (Tick) หรือที่บางคนเรียกว่าค่า Sensitivity คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา DW (ช่องราคา) เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนแปลง 1 ช่องราคา ซึ่งมักเป็นที่นิยมใช้สำหรับนักลงทุนที่เทรด DW ระยะสั้น เพื่อใช้เทรด ควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของหุ้นอ้างอิงระยะสั้นๆ 
                 •  ตัวอย่างเช่น BANPU13C2302B ท้ายตารางราคาระบุว่า มีอัตราทด (เท่า) 5.23 และ อัตราทด (Tick) 0.93 สามารถอธิบายได้ว่า
                  หากหุ้น BANPU เปลี่ยนแปลง 1% BANPU13C2302B จะเปลี่ยนแปลง 5.23%
                  หากหุ้น BANPU ขยับ 1 ช่อง BANPU13C2302B จะขยับ 0.93 ช่อง แต่ในความเป็นจริงหุ้นในกระดานไม่                      สามารถขยับแบบเหลื่อมๆ ช่องตามจุดทศนิยมได้ ต้องขยับทีละช่อง จึงทำให้ทุกๆ 1 ช่องที่หุ้นแม่ขยับขึ้น DW จะขยับขึ้นทีละ 1 ช่อง หรือบางช่องไม่ขยับ (หรืออาจขยับทีละ 2 ช่อง ถ้าอัตราทด (Tick) มากกว่า 1)

           3. การเลือกผู้ออก DW มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือก DW  เพราะว่าการเลือกผู้ออก DW จะมีผลกับการเทรดซื้อขาย DW ของนักลงทุนเป็นอย่างมาก ได้แก่ เรื่องของสภาพคล่องในการซื้อขาย DW ความน่าเชื่อถือของตารางราคา DW ความน่าเชื่อถือในการรับซื้อ DW คืนในสภาวะที่ตลาดแกว่งตัวอย่างรุนแรง เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม "เทรด DW ค่ายไหนดี?"

เทคนิค และความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนลงมือเทรด

เทคนิค และความเสี่ยง DW ควรรู้ก่อนลงมือเทรด
           กรณีที่นักลงทุนมองผิดทาง อัตราทดของ DW จะทำให้ราคา DW นั้นปรับตัวลงแรงเป็นสัดส่วนที่มากกว่าการปรับตัวลงของหุ้นอ้างอิง ทำให้นักลงทุนอาจขาดทุนได้อย่างมาก ดังนั้นนักลงทุนที่ลงทุนใน DW ควรมีวินัยในการตัดขาดทุน (Stop Loss) และหลีกเลี่ยงการซื้อ DW เพื่อเฉลี่ยต้นทุนเมื่อราคาปรับตัวลงมา นอกจากนั้นมูลค่าทางเวลาที่ลดลงของ DW (Time Decay) จะทำให้มูลค่า DW ที่นักลงทุนถืออยู่นั้นลดลงไปกรณีที่ราคาหุ้นอ้างอิงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นนักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนและถือครอง  DW ที่อ้างอิงกับหุ้นที่ราคาซื้อขายไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ DW
           ก่อนเทรด DW ต้องหัดคำนวณราคา DW เองก่อน  DW เป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทออปชั่น และมีสูตรการคำนวณมูลค่า อย่างไรก็ตามการคำนวณตรงนี้นำปัจจัยหลายๆอย่างๆเข้าใช้ ปัจจุบันผู้ออก DW ส่วนใหญ่จะอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนโดยมีการคำนวณมูลค่าตรงนี้ไว้ให้พร้อมทั้งระบุปัจจัยที่นำมาใช้ผ่านตารางราคา DW 

           กลยุทธ์ซื้อทั้ง Call DW และ Put DW ถึงแม้ว่ากลยุทธ์นี้จะมีระบุไว้ในตำราเรียนออปชั่น แต่ในทางปฏิบัติแล้วกลยุทธ์นี้ไม่เหมาะกับการนำมาใช้จริงกับ DW ด้วยข้อจำกัดในหลายๆเรื่อง เช่น อายุ DW ที่สั้น ราคาซื้อขาย Bid-Ask Spread ของ DW และมูลค่าทางเวลาของ DW เป็นต้น
            
           การใช้สัญญาณเทคนิคอลกับกราฟราคา DW เนื่องจากราคาหุ้นอ้างอิงเป็นตัวกำหนดการเคลื่อนไหวของราคา DW นักลงทุนควรใช้กราฟราคาหุ้นอ้างอิง ประกอบกับตารางราคา DW จะเหมาะสมกว่าการใช้กราฟราคา DW

เทรด DW ค่ายไหนดี
  
            ใครที่อยากหาดูข้อมูลหุ้น DW เพิ่มเติม บทวิเคราะห์หุ้น DW กลยุทธ์ในการลงทุน สามารถเข้าไปดูได้ที่ Facebook: Thaiwarrant DW13 หรือรับข้อมูลข่าวสารทั่วไป รวมทั้งเทคนิคการซื้อขายระหว่างวัน ที่ Official Line ID: @dw13 หรือสอบถามผู้ออกโดยตรง เบอร์ 02 658 8924

            ข้อมูลเกี่ยวกับ DW เพิ่มเติม คลิก https://www.set.or.th/th/market/product/dw/overview
Chatbot